4 ข้อดี ของการเป็นคนไม่คิดมาก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

4 ข้อดี ของการเป็นคนไม่คิดมาก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

1. ไม่วิตกกังวลเกินกว่าเหตุ

ความวิตกกังวลเกินกว่าเหตุนี่แหละ ที่มีส่วนทำให้คนเรา ใช้ชีวิตอย่างไม่ค่อยเป็นสุขเท่าไหร่นัก

อาจจะเป็นเพราะคาดหวังกับบางสิ่งไว้มากเกินไป หรือปล่อยวางไม่เป็น ความคิดจึงก่อตัวเป็นความเครียดในที่สุด

ส่วนคนที่ไม่ชอบคิดอะไรให้มันยุ่งเหยิง ไม่คิดเกินความเป็นจริง ทิ้งความกังวลได้ ก็มักจะเก็บเกี่ยวความสุขได้มากกว่า

ดั่งคำที่ว่า “อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด” เป็นประโยคสั้นๆ ที่บ่งบอกถึงการละทิ้งอดีต ไม่คาดหวังอนาคต แล้วมีความสุขกับปัจจุบัน

2. ไม่ฟุ้งซ่านจนเกินเรื่อง

ความฟุ้งซ่าน มักมีต้นตอมาจาก ความคิดที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความจริง เป็นสิ่งที่เผาผลาญเวลาชีวิตไปมาก โดยไม่เกิดประโยชน์

เพราะการที่มัวแต่คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้มากเกินไป จนสุดท้ายก็นอนไม่หลับ กระทบต่อหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

ข้อดีของการเป็นคนคิดอยู่บนพื้นฐานความจริง คือมีแบบแผนในการดำเนินชีวิต ไม่ฝันเฟื่องเลื่อนลอย ชีวิตจึงมักไม่เกิดปัญหา

มีแต่ความก้าวหน้าไปเรื่อยๆ เพราะมีสติยับยั้งความฟุ้งซ่านได้ทัน แล้วเอาเวลาที่คิดฟุ้งซ่านไร้สาระ ไปคิดให้เป็นแบบแผนนั่นเอง

3. ใช้ชีวิตได้แฮปปี้กว่า

คนที่ชอบคิดเยอะ เก็บทุกอย่างที่พบเจอ มาคิดจนเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด

ก็เหมือนคนชอบเก็บขยะเข้ามาไว้ในบ้าน เป็นการสร้างความทุกข์ให้กับตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

คนที่ไม่ค่อยคิดเล็กคิดน้อย จึงมีความสุขได้มากกว่า เพราะไม่ต้องแคร์ความรู้สึกใครมากนัก

ทั้งยังได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ต้องใส่ใจว่าใครจะตัดสินเรายังไง สบายใจกว่ากันเยอะ

4. ไม่เปลืองความรู้สึก

บ่อยครั้งที่การคิดมาก มักทำให้เราต้องสูญเสียความรู้สึกดีๆ ที่มีอยู่ แทนที่จะมีความสุขกับปัจจุบัน

กลับกลายเป็นต้องจมอยู่ในวังวนของความทุกข์ ความเสียใจในอดีต หรือวิตกกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

สุดท้ายเราจึงพลาดโอกาส ในการเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ หลายอย่าง ที่พัดผ่านเข้ามาในชีวิต… เอาใหม่นะ ลองคิดว่า

“เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำให้ทุกคนพอใจ” หัด “ช่างมัน” ดูบ้าง แล้วยิ้มกว้างๆ ให้กับตัวเอง แค่นี้โลกก็สดใสขึ้นแล้วล่ะ