4 ความลับ ที่ธนาคารไม่เคยบอก เวลาหอบเงินไปฝาก

4 ความลับ ที่ธนาคารไม่เคยบอก เวลาหอบเงินไปฝาก

คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการนำเงินไปฝากธนาคาร เพราะเชื่อว่าปลอดภัย เงินต้นไม่หาย แถมได้ดอกเบี้ยอีกต่างหาก

และในปัจจุบัน ธนาคารต่างๆ ก็ออกผลิตภัณฑ์มากมาย เพื่อดึงดูดให้เรานำเงินไปฝาก ยิ่งฝากมากยิ่งได้รับผลประโยชน์มาก

โดยไม่เคยบอกเราเลยว่า เราจะเสียอะไรไปบ้าง หากเรานำเงินออมทั้งหมดไปฝากไว้กับธนาคาร วันนี้เราจะมาเปิดเผยความลับทั้ง 4 กัน

1. ยิ่งฝากนานเงินยิ่งหาย

จากความเชื่อที่ว่า ฝากแบงค์เงินต้นไม่หาย แถมได้ดอกเบี้ยสบาย เรื่องนี้มันถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะเงินต้นไม่หาย

แต่มูลค่าเงินลดลงตลอดเวลาเนื่องจากเงินเฟ้อ แล้วเงินเฟ้อคืออะไร? เงินเฟ้อก็คือ ภาวะที่ราคาของสินค้าต่างๆ สูงขึ้น

ทำให้มีเงินเท่าเดิม แต่ซื้อสินค้าได้น้อยลง หรือสรุปง่ายๆ คือมีเงินเท่าเดิม แต่มูลค่าของเงินลดลง เงินเฟ้อเฉลี่ยของไทย

อยู่ที่ประมาณ 3% แต่ดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปในปัจจุบัน มักจะต่ำกว่า 3% เมื่อหักลบกันแล้ว มูลค่าของเงินก็ยังคงน้อยลงอยู่ดี

2. เสียโอกาสในการให้เงินทำงานแทนเรา

ข้อดีของเงินฝากคือ สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และยามฉุกเฉินได้ทันที (ไม่รวมเงินฝากที่มีเงื่อนไขพิเศษ)

แต่การฝากเงินมากเกินความจำเป็น ทำให้เราเสียโอกาสนำเงินไปลงทุน สร้างผลตอบที่ดีให้กับเราในอนาคต

หลายคนกลัวคำว่าลงทุน เนื่องจากมีความไม่แน่นอนและอาจขาดทุนได้ แต่จากสถิติพบว่า

การลงทุนในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น โอกาสขาดทุนก็จะน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น ยิ่งเริ่มลงทุนเร็วเท่าไหร่

ก็ยิ่งมีเวลาลงทุนนานขึ้น โอกาสขาดทุนน้อยลง และเงินสามารถทำงานสร้างรายได้แทนเราได้นานขึ้นด้วย

3. ความฝันต่างๆ อาจจะไม่เป็นความจริง

ทุกคนมีความฝันของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเกษียณก่อนกำหนด เที่ยวรอบโลก มีบ้านหลังใหญ่ ส่งลูกเรียนเมืองนอก

ความฝันเหล่านี้จะเป็นจริงได้ จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก หลายคนคิดว่าพยายามเก็บเงินให้ได้มากที่สุด

เพื่อที่จะเอาเงินไปทำฝันให้เป็นจริงในวันข้างหน้า แต่การทำเช่นนี้อาจทำให้ความฝันเป็นจริงได้ยากมาก หรือไม่มีวันเป็นจริงเลย

จากเรื่องเงินเฟ้อในข้อแรก เราจะเห็นว่าฝากเงินในแบงค์ ยิ่งทำให้มูลค่าเงินลดลงทุกวัน เก็บเท่าไหร่ก็ไม่พอค่าใช้จ่ายอยู่ดี

ดังนั้น ควรแบ่งเงินไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับเรา และนำผลตอบแทนไปทำความฝันให้เป็นจริงในวันข้างหน้า

4. มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้เงินคืน หากแบงค์ล้ม

เราเชื่อว่าฝากเงินไว้กับธนาคาร ไม่ต้องกลัวเงินต้นหาย แต่ในความเป็นจริง ถ้าแบงค์เกิดเจ๊งขึ้นมาอย่างเช่นในปี 40

เราจะเอาเงินคืนจากใคร หลายคนบอกว่ามีพระราชกฤษฎีกาคุ้มครองเงินฝาก ยังไงก็ได้คืนทั้งหมด มันใช่! “ถ้าเป็นเมื่อก่อน”

แต่ปัจจุบัน พระราชกฤษฎีกาคุ้มครองเงินฝาก ไม่ได้คุ้มครองเงินเต็มจำนวนอีกต่อไป โดยวงเงินคุ้มครองจะค่อยๆ ลดลง

จากข้อมูลข้างต้น มันแปลว่าเงินต้นเราไม่ได้ปลอดภัย 100% แบบที่เราคิดอีกต่อไป

จะเห็นว่าการฝากเงินมากเกินความจำเป็น อาจจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้น เราควรจัดสรรเงินให้เหมาะสม

ทั้งการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เงินสำรองในยามฉุกเฉิน และการลงทุนเพื่อให้เงินทำงาน สร้างความมั่งคั่งให้เราในอนาคต