หากใครทำไม่ดีกับเรา อโหสิกรรมให้เขาไป แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่า

หากใครทำไม่ดีกับเรา อโหสิกรรมให้เขาไป แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่า

การที่เราเกิดมาชาตินี้ แล้วเหมือนต้องชดใช้กรรมให้เขา

นั่นก็เพราะวิบากกรรมเก่า ที่เราอาจจะเคยทำร้ายเขามาก่อน

ชาตินี้เราก็มารับผลกรรม ถ้าเราอาฆ าตพยาบาทเขา

ชาติหน้าเราก็อาจจะทำกับเขา เหมือนชาตินี้ที่เขาทำกับเราก็ได้

อโหสิกรรมให้เขาไปจะดีกว่า ถือว่าเราชดใช้กรรมให้เขาเรียบร้อยแล้ว

เราจะไม่อาฆ าตผูกพยาบาทเขาอีก อโหสิกรรมให้เขาไป แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่

กรรมต่างๆ นั้น ไม่ใช่ว่าเราทำกรรมดี แล้วจะส่งผลทันที

เพราะกรรมนั้นมีมาตั้งแต่อดีต ที่เป็นกรรมเก่ามาส่งผลให้เราอยู่

ฉะนั้นต้องมุ่งมั่นทำแต่กรรมดีในปัจจุบันให้สม่ำเสมอ

ทำให้ต่อเนื่อง คือหมั่นฟัง หมั่นปฏิบัติธรรมต่างๆ ให้มากๆ

เพื่อให้เราเกิดปัญญาในทางธรรม จะช่วยให้เราเข้าใจโลก

เข้าใจธรรม ทำให้ปล่อยวางสิ่งต่างๆ ได่ง่ายขึ้น

หมั่นทำบุญ ทำทาน ด้วยความสละออก รักษาศีล 5 สวดมนต์

และเจริญสติภาวนา ทำทุกๆ วัน วันละ 10 หรือ 15 นาที

ทำอย่าให้ขาด แล้วอุทิศบุญหรือแผ่เมตตาใหักับเทวดาประจำตัว

ญาติพี่น้องที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวรของเรา

แล้วจิตใจจะเข้มแข็ง หนทางสว่างจะค่อยๆ เปิดออกเอง

เมื่อเรามีสติ เราก็มีปัญญา ในการหาหนทางที่ดีได้ง่ายขึ้น

อย่าเอาตัวเองไปยึดกับบางอย่าง พอทุ่มเทให้บางอย่าง

แล้วบางอย่างที่ว่าให้ผลลัพธ์ไม่เท่ากับความคาดหวัง

จึงโทษว่า “ทำดีไม่ได้ดี” ส่วนคนที่ทำไม่ดีกลับได้ดี

ขนาดที่เราต้องเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่เขาจะไม่ได้ดีบ้าง

อย่ามีขันติและอดทน เฝ้ารอดูกรรมของใคร กับเรื่องที่ไม่ควรเฝ้ารอ

เพราะช่วงเวลาเสวยผลกรรมแต่ละคนไม่เท่ากัน แล้วแต่เหตุปัจจัยทั้งนั้น

ที่มา : นามบุญ, เห็นทุกข์เห็นธรรม