นิทานให้ข้อคิด ทำไมคำว่า “ได้ยินมาว่า” ทำร้ายคนมากที่สุด

นิทานให้ข้อคิด ทำไมคำว่า “ได้ยินมาว่า” ทำร้ายคนมากที่สุด

ความเป็นจริงที่เห็นกับตา มักจะเชื่อได้เพียงครึ่งเดียว ส่วนเรื่องที่ไม่ได้เห็นกับตา อาศัยเพียงได้ยินมาเท่านั้น ก็เชื่อไม่ได้ทั้งสิ้น

นักวิทยาศาสตร์ เคยทำการทดลองดังนี้ พวกเขานำลิง 3 ตัว ขังเอาไว้ด้วยกันในกรงขนาดใหญ่

โดยทุกวันจะใส่กล้วยหอมเข้าไปในกรง ผ่านทางช่องประตูเล็กๆ ซึ่งติดตั้งกลไกเอาไว้

เมื่อลิงยื่นมือมาหยิบกล้วยหอม ก็จะโดนไฟดูด ถึงแม้กระ แสไฟฟ้าจะอ่อน แต่ก็ทำให้ลิงตกใจจนร้องเจี๊ยกดังลั่น

ลิงในกรงทั้ง 3 ตัว ต่างทยอยโดนไฟดูด สุดท้ายพวกมันก็ได้แต่น้ำลายไหล จ้องมองกล้วยหอมด้วยตาละห้อย

แต่กลับไม่กล้ายื่นมือไปหยิบกล้วยหอมกันสักตัว ไม่กี่วันให้หลัง นักวิทยาศาสตร์นำลิงตัวที่ 4 ใส่เข้าไปในกรง

เมื่อลิงตัวใหม่อยากหยิบกล้วยหอม ก็ถูกลิงอีก 3 ตัว ทั้งกัดทั้งดึงเพื่อห้ามปราม

ผ่านไปอีกไม่กี่วัน นักวิทยาศาสตร์ก็นำลิงที่อยู่ในกรงตอนแรกสุดออกมาตัวหนึ่ง แล้วนำลิงตัวใหม่ใส่เข้าไป

เมื่อลิงตัวใหม่อยากกินกล้วย ไม่เพียงแต่ลิง 2 ตัวแรกจะห้ามปรามมัน แม้แต่ลิงที่ใส่เข้ากรงไปครั้งที่ 2 ก็ร่วมวงห้ามปรามไปด้วย

ท้ายที่สุด ถึงแม้นักวิทยาศาสตร์จะตัดกระแสไฟฟ้าแล้ว แถมภายในกรงยังไม่มีลิงตัวไหนเคยโดนไฟดูดเลยสักตัว

แต่กลับไม่มีลิงตัวไหน กล้ายื่นมือออกไปหยิบกล้วยหอมเลย อย่าได้หัวเราะว่าลิงโง่ เพราะมนุษย์เราก็มักจะเป็นเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน

พ่อแม่ได้ยินมาว่า จบจากสาขาวิชานี้แล้ว “ไม่มีอนาคต” เลยบีบบังคับให้ลูกเลือกเรียนในคณะ “ที่มีอนาคต” โดยไม่สนใจว่าลูกจะชอบหรือไม่

เราเองก็พยายามตะเกียกตะกาย เบียดตัวเองเข้าไปอยู่ในบริษัทใหญ่ที่ได้ยินมาว่า “มั่นคง” ทั้งที่งานนั้นก็ไม่ใช่งานในอุดมคติของเราเสียหน่อย

เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับทางแยก แล้วเรายังลังเล ห่วงหน้าพะวงหลัง อยู่ในภาวะสับสน เพราะรับอิทธิพลความคิดจากคนรอบข้าง

หากเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ลองคิดดูสิว่า เรานั้นโง่กว่าลิงหรือเปล่า ชีวิตเป็นของตัวเรา

แทนที่จะฟังคำเล่าลือ เอนเอียงตามค่านิยมของคนอื่น แบบไม่ลืมหูลืมตา

สู้เราซื่อสัตย์ต่อตนเอง กลับจะทำให้เก็บเกี่ยวผลอันหอมหวานของชีวิตได้ง่ายขึ้น

ขอบคุณ Fwd Line