หากเราพากเพียร สิ่งที่คนอื่นมีได้ เราเองก็มีได้เช่นกัน

หากเราพากเพียร สิ่งที่คนอื่นมีได้ เราเองก็มีได้เช่นกัน

ตอนอายุ 16 ผมได้สอบเข้าโรงเรียน ม.ปลาย ที่ดีที่สุดในตัวอำเภอ ว่ากันว่า การสอบเข้าโรงเรียนนั้นได้

ก็เท่ากับก้าวขาข้างหนึ่งเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว พ่อผมดีใจมาก กำชับอย่างหนัก อยากให้ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ในวันหน้า

อนาคตจะได้นั่งโต๊ะ ไม่ต้องลงไปย่ำโคลนทำนาอีก ประจวบเหมาะกับญาติคนหนึ่ง ที่เดิมอยู่ในตัวอำเภอจะย้ายไปอยู่ในตัวจังหวัด

พวกเขาอยากจะให้พ่อไปช่วยดูแลบ้าน และเสนอให้พ่อไปเลี้ยงหมูในอำเภอ ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ความร่ำรวย เพราะในอำเภอคนมาก

ระดับการบริโภคก็สูง ราคาจะดีกว่าขายในหมู่บ้านชนบทแน่นอน พ่อรับปากอย่างยินดี หนึ่งคือมันเป็นวิธีที่ดีจริง และสองคือจะได้ดูแลผมด้วย

เมื่อจบภาคแรกของมัธยมปลาย พ่อก็สร้างคอกหมูในอำเภอเสร็จเรียบร้อย ซื้อลูกหมูเข้าคอก วันธรรมดาผมอยู่หอพักที่โรงเรียน

วันเสาร์ก็กลับไปอยู่กับพ่อ ช่วยพ่ออนุบาลลูกหมู ให้พ่อมีเวลากลับบ้านไปขนอาหารหมู หมูค่อยๆ โตขึ้น

อาหารจากที่บ้านก็หมด อาหารที่ญาติส่งให้ก็ร่อยหรอลงไป เงินจะซื้ออาหารแต่ละวันก็ไม่มี วันๆ พ่อได้แต่กลัดกลุ้มกังวล

ผมเองก็ร้อนใจ แต่ตอนนั้นก็คิดอะไรไม่ออก วันหนึ่งผมไปกินอาหารที่โรงอาหาร เห็นเพื่อนหลายคนโยนหมั่นโถว

เทอาหารเหลือทิ้งกัน ผมคิดขึ้นได้ทันใดว่า เก็บเศษอาหารพวกนี้ไปเลี้ยงหมูคงดีไม่น้อย น่าจะลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

ผมกลับบ้านไปพูดกับพ่อ พ่อดีใจจนตบเข่าฉาดๆ พ่อบอกว่าเป็นความคิดที่ดีมากๆ วันรุ่งขึ้นพ่อก็ไปเก็บหมั่นโถวกับเศษอาหารที่โรงเรียน

ผมเองดีใจที่ช่วยพ่อแก้ปัญหาได้ ไม่คิดว่าต่อมาสิ่งนี้มันจะนำความกลัดกลุ้มมาให้ผมไม่รู้จบ ด้วยผ้าโพกศีรษะดำๆ เสื้อผ้ามอซอสกปรกเปื้อนคราบ

มือที่หยาบกร้าน เพราะกรำงานหนักของพ่อ กลายเป็นเป้าให้เพื่อนนักเรียนจำนวนมากล้อเลียนหัวเราะเยาะทันที

พวกเขาเรียกพ่อด้วยชื่อที่เหยียดหยามต่างๆ เช่น “หัวหน้าพรรคยาจก” “ก้อนยางสีดำ” เป็นต้น

ผมเองเป็นเด็กที่เดินออกมาจากหมู่บ้านชนบท ไม่เคยหวั่นกลัวความยากลำบาก ไม่กลัวหกล้มเจ็บปวดแต่อย่างใด

แต่กลับกลัวโดนดูถูก ดีที่เพื่อนๆ ยังไม่รู้ว่านั่นคือพ่อผม ผมเองพยายามหลบพ่อ เมื่อพ่อมา ผมจะหลบไปไกลๆ

ความกลัวที่คนอื่นจะรู้แล้วโดนดูถูกในใจผมแรงขึ้นทุกวัน ในที่สุดก็ตัดสินใจบอกพ่อว่า “พ่ออย่าไปอีกเลย เกิดมีใครรู้ เขาจะหัวเราะเยาะผม”

ความยินดีบนหน้าพ่อหายวับไปทันที ในความมืดของค่ำคืน มีเพียงแสงสีแดงวูบๆ จากกล้องยาสูบของพ่อ ผ่านไปนานมาก

พ่อจึงพูดว่า “พ่อยังคงไปนั่นแหละ แต่จะไม่ทักทายแกก็แล้วกัน ช่วงนี้หมูกำลังโตขาดอาหารไม่ได้”

ผมได้ยินดังนั้นผมน้ำตาร่วงทันที พ่อ ผมขอโทษ ผมรักพ่อจริงๆ แต่พ่อก็ไปเก็บหมั่นโถวที่โรงเรียน ผมกลัวโดนดูถูกนะพ่อ

วันต่อๆ มา พ่อยังคงไปเก็บหมั่นโถว ผมเรียนหนังสือของผมไปเงียบๆ อยู่กันไปอย่างสงบ

ผมมักเห็นพ่อไปเหม่อมองที่บอร์ดติดประกาศคะแนนที่โรงเรียน ดีที่ชื่อผมจะอยู่ต้นๆ เสมอ ผมคิดว่าคงพอปลอบใจพ่อได้บ้าง

ในการสอบไล่ภาคฤดูหนาว ผมสอบได้ที่สามของชั้นปี และยังได้เขียนบทความจำนวนมาก

ทำให้มีชื่อขึ้นทันที ในห้องจัดประชุมผู้ปกครอง ครูบอกว่า บอกให้พ่อมาด้วย

ผมตกใจมาก ถ้าคนอื่นรู้ว่าคนเก็บหมั่นโถวคนนั้นคือพ่อผมเอง พวกเขาคงจะหัวเราะเยาะผมแน่เลย

ผมเดินฝ่าหิมะกลับบ้าน บอกพ่อว่า “พ่ออย่าไปเลย ผมจะบอกครูว่าพ่อไม่สบาย” สีหน้าพ่อดูไม่ดีเลย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

วันรุ่งขึ้น ผมฝ่าลมหนาวหิมะวิ่งไปโรงเรียน เข้าไปนั่งในห้องเรียน การประชุมผู้ปกครองเริ่มขึ้น เสียงปรบมือกับเสียงหัวเราะดังไม่หยุด

แต่ผมใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในใจเหน็บหนาวเย็นเยียบ พ่อจ๋า ทำไมพ่อต้องเป็นชาวนา ต้องมาเก็บหมั่นโถวที่โรงเรียนเล่า

ผมไม่มีจิตใจฟังการสนทนาของครูกับผู้ปกครอง เหม่อมองไปนอกหน้าต่าง พ่อที่เก็บหมั่นโถวของผมยืนอยู่นอกห้องเรียน

ฟังการพูดคุยของครูกับผู้ปกครอง เสื้อบุนวมดำๆ ของพ่อนั้นหิมะปกคลุมหนา น้ำตาผมพรั่งพรูออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง

รีบวิ่งออกจากห้องเรียน ไปลากพ่อเข้ามา บอกครูว่า “นี่พ่อผม” ทั้งห้องเงียบไปสักพัก จากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว

ระหว่างทางกลับบ้าน พ่อยังคงหาบหมั่นโถวกับอาหารที่เก็บมาสองถัง พ่อบอกว่า

“ที่จริงแกไม่ควรต้องรู้สึกด้อย การดูถูกของคนอื่นนั้นเป็นเรื่องชั่วคราว ถ้าแกพากเพียร สิ่งที่คนอื่นมีได้ เราเองก็มีได้”

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครหัวเราะเยาะพ่ออีก กลับช่วยกันเอาอาหารเหลือ มาเทใส่ถังเหล็กใบใหญ่ของพ่อให้ด้วย

เดือนกันยายนปีต่อมา พ่อส่งผมมาเรียนที่มหาวิทยาลัยในจังหวัด การแต่งตัวสีสันฉูดฉาดของชาวชนบท ดูขัดตาในรั้วมหาวิทยาลัย

แต่ใจผมนิ่งเหมือนน้ำ ไม่มีความหวาดหวั่นว่าจะโดนดูถูกเลยแม้แต่น้อย เพราะผมเข้าใจแล้วว่า ในโลกนี้ การโดนดูถูกนั้นไม่อาจเลี่ยง

ที่สำคัญคือ เราต้องไม่ดูถูกตัวเอง ดังที่พ่อบอกว่า การดูถูกของคนอื่นนั้นเป็นเรื่องชั่วคราว ถ้าเราพากเพียร สิ่งที่คนอื่นมีได้ เราเองก็มีได้