เราเกลียดมัน แต่เราได้กำไรจากมัน ได้เงินจากมัน สะใจกว่ากันเยอะ

เราเกลียดมัน แต่เราได้กำไรจากมัน ได้เงินจากมัน สะใจกว่ากันเยอะ

ชายวัยกลางคนคนนึง เดินเข้ามาในร้านกาแฟเพื่อนผม ผมจำได้ดีว่า ชายคนนี้ เพื่อนผมโคตรเกลียด

เพื่อนผมเห็นเข้า จึงรีบเดินไปยกมือไหว้สวัสดี และรับออร์เดอร์ด้วยตัวเอง ทั้งสองคุยกันอย่างสนุกสนาน

เขาซื้อกาแฟ 6 แก้ว ไปฝากเพื่อนร่วมงานที่รอบนรถตู้ เป็นเงิน 400 กว่าบาท

หลังจากชายคนนี้ขึ้นรถตู้ไป ผมรีบถามเพื่อนทันที เฮ้ยแจ็ค! ไหนมึงบอกกูว่าเกลียดเชี่ยนี่มาก

อยากกระทืบปากมันไง? แล้วมึงไปยกมือไหว้ ขายของ คุยกับมันทำไม?

เพื่อนผมตอบว่า เดินไปกระทืบคนที่เราไม่ชอบ อันธพาลที่ไหนมันก็ทำ

หุ่นแบบนี้ กระทืบไปก็จมกองตีน วิธีแบบนี้ เป็นวิธีของคนโง่มันทำกัน

เดินไปต่อยคนที่ไม่ชอบ โพสต์ด่าคนที่เราเกลียด ใครๆ ก็ทำได้

จำไว้นะ เกลียดแค่ไหน ก็ต้องเก็บไว้ในใจ อยากกระทืบแค่ไหน ก็ต้องยกมือไหว้ ทำการค้าอย่าสร้างศัตรู

มันโดนกระทืบ นอกจากมันจะไม่มากินกาแฟร้านกูแล้ว มันยังจะบอกทุกคนที่มันรู้จัก ไม่ให้มาร้านกูด้วย!

วันนี้กระทืบมันได้ วันหน้ามันก็ดักยิงกู ชีวิตเรามีค่าเกินกว่าจะมาแลกกับไอ้คนพวกนี้

แบบนี้สะใจกว่า กูเกลียดมัน แต่กูได้กำไรจากมัน ได้ขายของให้มัน ได้เงินมัน

เดือนนึงกูได้เงินจากมันคนเดียว วันละ 80 บาท เดือนละ 2,400 นี่ยังไม่รวม มันพาคนมาคุยงานร้านกู

พาคนในที่ทำงานมันมาร้านกู เดือนนึงกูได้จากมันเป็นหมื่น ปีนึงเป็นแสน!

ผมเข้าใจก็วันนั้นเอง และนำมาปรับใช้กับตัวเองตลอด ยากนะ แต่ทำได้

ได้เงินคนที่เราเกลียดมัน โคตรสะใจจริงๆ ทำการค้าหรือทำอะไรก็ตาม เราอยู่ที่สว่าง อยู่ในสังคมที่ดราม่าง่าย

อ่อนไหวได้ทุกเรื่อง ต้องหัดเป็นคนใส่หน้ากากบ้าง เพื่อให้ได้อะไรบางอย่าง ที่ดีกับชีวิตเรา

เราไม่จำเป็นต้องโพสต์ด่าทุกคนที่เราเกลียดหรอก ไม่ต้องไปแก้แค้นทุกคนที่ทำแย่ๆ กับเราหรอก

จำไว้ ค้าขายทำธุรกิจอย่าสร้างศัตรู ใช้วิธีเพื่อนผมได้ สะใจกว่าเดินไปกระทืบปากมันอีก

ขอขอบคุณ สิริทัศน์ สมเสงี่ยม