6 นิสัยสร้างหนี้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง นิสัยแบบนี้ที่ต้องแก้ไขด่วน

การเป็นหนี้ทำให้ชีวิตเครียดและวิตกกังวล หลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองมีพฤติกรรมการใช้เงินที่รังแต่จะสร้างหนี้

เมื่อมารู้ตัวหนี้ก้อนนั้นก็กลายหนี้ก้อนใหญ่ เป็นหนี้สินล้นพ้นจนแก้ไขได้ยาก

แม้ว่าการปรับนิสัยการใช้จ่ายของตนเองเป็นเรื่องยากอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเรายังคงมีพฤติกรรมใช้เงินเกินฐานะนั้นสร้างหนี้สินพะรุงพะรัง

นิสัยนั้นจะก่อให้เกิดปัญหาด้านการเงินในระยะยาว ดังนั้นเราควรต้องหาวิธีแก้ไข เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินและหาทางเอาชนะนิสัยสร้างหนี้ให้ได้

1. ใช้บัตรเครดิตไม่เป็น

ความจริงแล้วเราใช้บัตรเครดิตเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น การสะสมแต้มเพื่อเป็นคะแนนนำไปแลกกับส่วนลดต่าง ๆ

แต่สำหรับผู้ที่มักมีพฤติกรรมการสร้างหนี้ผ่านบัตรเครดิต สามารถหาหนทางแก้ไขโดยไม่ให้จ่ายผ่านบัตรมาเกินไป

เริ่มจากการเลือกบัตรเครดิตและโปรโมชั่นที่เหมาะกับการใช้จ่ายของตัวเอง การใช้จ่ายผ่านบัตรช่วยประหยัดได้

บัตรแต่ละใบมีส่วนลดสำหรับสถานที่ต่าง ๆ แตกต่างกัน เช่น เติมน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โรงหนัง โรงพยาบาล หักจ่ายค่าสาธารณูปโภค

และสิ่งอื่น ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยเพิ่มความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและบางธุรกรรมยังฟรีค่าธรรมเนียมในการชำระเงิน

การสะสมคะแนนเพื่อเลือกของกำนัลหรือได้ส่วนลดเพิ่ม ข้อสำคัญ คือ อย่าใช้เงินมากกว่าที่มี ตราบเท่าที่ควบคุมการใช้จ่ายให้อยู่ในขอบเขตของรายรับได้

มีวินัยที่ดีในการชำระหนี้และจ่ายยอดเต็มให้ตรงเวลาทุกเดือน ไม่เกิดหนี้ค้างชำระ ปัญหายุ่งยากทางการเงินอันเกิดจากบัตรเครดิตก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป

2. ไม่จดบันทึกการใช้จ่าย

ต้องวางแผนการใช้จ่ายให้ดีว่าจะใช้จ่ายอย่างไร ทำบัญชีรายรับรายจ่าย จัดระเบียบการใช้เงินสดเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิต

เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยมาก การจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายเป็นเรื่องที่มีประโยชน์และมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของบุคคล สมุดจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย ช่วยให้คุณทราบพฤติกรรมการใช้เงินไปกับสิ่งต่าง ๆ

ช่วยหาจุดด้อยของการใช้เงินและปรับพฤติกรรมเหล่านั้นทิ้งเสีย อีกทั้งยังมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่มีปัญหาทางการเงินเสมอ

เคล็ดลับง่าย ๆ คือการเก็บใบเสร็จทั้งหมดไว้คำนวณรายจ่าย บันทึกทุกรายการในแต่ละวัน จัดทำเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี

การแบ่งซองเงินแยกตามประเภทรายจ่ายในแต่ละเดือน เพื่อกำหนดงบค่าใช้จ่ายไม่ให้เกินที่ตั้งไว้ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ขาดวินัยในการใช้จ่ายอย่างมาก

3. ใช้ชีวิตหรูหราเกินตัว

ผู้หลงใหลการใช้ชีวิตหรูหรา มีบ้านหลังใหญ่ แต่งตัวโก้หรูเกินฐานะ ไม่รู้จักประมาณตน การใช้ชีวิตแบบนี้เปรียบเสมือนเป็นกับดัก

ที่ทำให้ชีวิตอยู่บนกองหนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองและครอบครัว รู้สึกท้อแท้และเหนื่อยหน่าย

คนคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตสะดวกสบายอาจปรับตัวปรับใจได้ยาก หากแต่จำเป็นต้องยอมอดทนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ลดความสบายบางอย่างลง ใช้จ่ายให้น้อยลงในระดับที่เหมาะสมตามความสามารถในการจ่าย เช่น

ลดการกินอาหารนอกบ้าน ซื้อเสื้อผ้าราคาแพงให้น้อยลงหนทางหนึ่ง คือ จัดลำดับความสำคัญทางการเงิน

สิ่งใดจำเป็นและสิ่งใดไม่จำเป็น เพื่อเตรียมเงินสำรองสำหรับการใช้จ่ายไปกับสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน

ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถจัดสรรเงินเพื่อนำไปใช้กับสิ่งจำเป็น จนกระทั่งปรับตัวปรับพฤติกรรมฟุ่มเฟือยลง ลดอัตราเสี่ยงในการเกิดหนี้

4. ปมความยากจนในวัยเด็ก

คนที่มีปัญหายุ่งยากทางการเงินอยู่เสมอนั้น บางรายมีสาเหตุมาจากประสบการณ์วัยเด็กที่ไม่สมหวัง มีความยากจนเกาะกุมอยู่ในใจ

ส่งผลกระทบต่อจิตใจให้อยากหลุดพ้นจากสภาพความยากจนและสภาพชีวิตที่ต้องเคยอดมื้อกินมื้อ

เหตุการณ์ในอดีตเหล่านี้สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดความอยากได้อย่างไม่มีขอบเขต เกิดพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินตัวจนเสียนิสัย

เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไปในวัยเด็ก แท้จริงแล้วพฤติกรรมใช้จ่ายเงินเกินตัวดังกล่าวกลับเป็นสาเหตุของความเป็นหนี้

อันเป็นทุกข์ ยิ่งจ่ายมากก็จนมาก ไม่ประหยัดก็ไม่มีทางร่ำรวยได้ ดังนั้นจึงต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ เพื่อให้มีความพอใจชีวิตความเป็นอยู่

มีความสุขในชีวิตครอบครัวและการงาน มีความรู้สึกมั่นคงและเชื่อมั่นในตัวเอง เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า

ให้ความสำคัญกับการยกระดับจิตใจของตัวเองมากกว่าวัตถุสิ่งของ จึงไม่ต้องใช้จ่ายเงินทองเพื่อแสวงหาเครื่องประดับให้ตนเองมีค่ามีราคา

5. คบเพื่อนฟุ้งเฟ้อ

พยายามคบกับเพื่อนที่มีแนวคิดดี ๆ มีมุมมองในทางสร้างสรรค์ทั้งการทำงานและการทำเงิน แสวงหาช่องทางสร้างรายได้ เก็บออมและลงทุน

มุ่งสร้างเนื้อสร้างตัวให้ร่ำรวย ชักชวนกันไปลงทุนในสินทรัพย์เพื่อให้มีความมั่งคั่งทางการเงินเพิ่มขึ้น

เพื่อนมีอิทธิพลในการบ่มเพาะนิสัยการเงินไม่ดีได้เช่นกัน ปฏิเสธบ้างเมื่อเพื่อนชวนไปเที่ยว กินอาหารนอกบ้าน ซื้อเสื้อผ้าแพง

กลายเป็นรายจ่ายก้อนโตซึ่งจะไปกระทบต่อรายการจ่ายประจำในแต่ละเดือน ทำให้สภาพทางการเงินติดขัด

การหยิบยืมเงินจากเพื่อนฝูงแล้วเพื่อนไม่ยอมคืนเสียที พอได้เงินก็หายไป ทำให้คุณเกิดความกังวลครุ่นคิด

เรื่องนี้เป็นฝันร้ายที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพื่อนย่อมต้องช่วยเหลือกันเมื่อเวลาจำเป็น แต่ก็ต้องพิจารณาก่อนว่าเงินที่ยืมไปนั้น

ได้นำไปช่วยในเรื่องที่มีความจำเป็นจริงหรือไม่ มีโอกาสได้คืนหรือเปล่า การให้ที่ไม่เดือดร้อนจึงเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายและไม่นำความทุกข์มาสู่ตัวเรา

6. ไม่เคยออมเงินจริงจัง

วางระเบียบการออมเงินด้วยการฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคาร ต้องจัดสรรเงินเพื่อการใช้จ่าย ช่วยให้มีสภาพคล่องและมีเงินใช้เพียงพอ

ส่วนหนึ่งเป็นเงินออมซึ่งเป็นเงินเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ อีกส่วนเป็นเงินเผื่อเวลาฉุกเฉินเมื่อเกิดความต้องการใช้เงินเกินปกติ

โดยสำรองเงินไว้อย่างน้อย 3-6 เดือน และสุดท้ายเป็นเงินออมเพื่อการลงทุน ซึ่งสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าเงินฝากธนาคาร

การจัดความสมดุลของเงินออมอย่างเหมาะสมทำให้แผนการใช้จ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะในกรณีที่มีหนี้ก้อนใหญ่ที่สำคัญ

เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ถือเป็นการใช้จ่ายเงินที่สำคัญมากในชีวิต

จึงต้องเรียนรู้การออมเงินและการบริหารเงินหลายรูปแบบ เพื่อให้เกิดความมั่นคงและความมั่งคั่งในอนาคต

การเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงปรับนิสัยใช้เงินที่เกินความพอดี ที่จะก่อปัญหาหนี้สินตามมามากมาย

วิธีการแก้ไขปัญหาอยู่ที่การเปลี่ยนวิธีใช้เงิน วางแผนการเงินให้ดี คิดหน้าคิดหลังก่อนจับจ่าย เรียนรู้ประโยชน์ของบัตรเครดิต

อย่าละเลยการออมการลงทุน สางหนี้ให้หมดอย่างรวดเร็ว มีเหตุมีผลในการบริหารเงินเพื่อเป็นหลักประกันในอนาคต ไม่ผลาญให้หมดในวันนี้

หากทำได้ตามที่ได้เขียนไว้ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณหมดปัญหากังวลกับการสร้างหนี้ และยังช่วยให้คุณมีเงินเก็บเพื่อไว้เลี้ยงตัวเองยามเกษียณได้อย่างมั่นคง

ที่มา : forlifeth