หาตัวเองให้เจอ แล้วอุทิศชีวิต ให้กับสิ่งที่เราถนัด

พรสวรรค์ จะยื่นสิ่งที่ง่ายและน่าสนใจมาให้ทุกคน แต่หนึ่งในร้อยหรือน้อยกว่านั้น ที่ได้รับแรงเชียร์จากคนอื่นและตนเอง

ให้ฝักใฝ่ขวนขวายหาทางต่อยอดไปจนถึงที่สุด ซึ่งถ้าใจไม่ถึง ถ้าใจไม่ตื่นเต้นพอจะเคี่ยวความเก่งให้เข้มสุด

ในที่สุดใจก็ฝ่อ ไม่กล้าฝากความหวัง ไม่เชื่อว่าสิ่งนั้นจะกลับมาเลี้ยงตนให้รอดได้

ดังนั้น ใครต่อใครจึงใช้ชีวิตตาม ๆ กัน เริ่มต้นก็ตั้งเป้าเข้าคณะอะไรดี จบมาก็หาแต่ว่าที่ไหนให้เงินดี

ครั้นได้เข้างานก็เล็งดูว่าจะเกาะใครดี กว่าจะตระหนักว่าอะไรดี ๆ ไม่ได้อยู่นอกตัว อายุงานก็ครอบให้โลกแคบลงมากแล้ว

เหตุผลง่าย ๆ ที่ผู้คนติดอยู่กับงานแบบผิดฝาผิดตัว คือ โฟกัสกับสิ่งที่ถนัดน้อยเกินไป อุทิศชีวิตให้สิ่งที่ตนไม่ได้สนใจจริง ๆ มากเกินไป

ขี้เกียจไขว่คว้า ขี้เกียจฝ่าฟัน ขี้เกียจขยันต่อเนื่อง กลัวจะไม่เหมือนคนอื่น กลัวจะไม่มีกิน กลัวจะไม่ได้เก็บเงิน

คนที่บอกว่าหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ มักปิดกั้นตัวเองอยู่กับสิ่งที่ไม่ถนัดสองสามอย่าง ส่วนคนที่เจอง่ายคือคนที่ไม่ขี้เกียจเริ่มเรียนรู้ใหม่

และไม่กลัวจะถามตัวเองว่า ถ้าวันนี้อยากให้อะไรใครเปล่า ๆ มีใครอยากยื่นมือมาขออะไรจากเราบ้าง?

ทำเหตุปัจจัยอย่างไรให้สามารถได้ทำงานที่เรารักและคือตัวตนของเรา

1. เข้ายูทูบ เสิร์ชหาคำว่า talented บ่อย ๆ

2. เลือกดูให้หลากหลาย ไม่จำกัดประเภท

3. ดูจนกว่าจะเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า แล้วเราล่ะ ถนัดอะไร

4. ถ้าไม่เกิดคำตอบ ให้ถามใหม่ว่า เราอยากจะทำได้แบบใคร

5. หาคำว่า tutorial เพื่อดูใครสอนทำให้ได้อย่างนั้น

6. เมื่อเริ่มทำได้เตาะ ๆ แตะ ๆ ให้ทำคลิปสอนคนบ้าง

สิ่งใดที่เราเรียนรู้แล้วอยากสอนคน สิ่งนั้นแหละครับตัวตนของเรา งานอันเป็นที่รักของเรา อย่าหวังให้มันทำเงินเป็นอันดับแรก

แต่หวังว่ามันจะช่วยให้เรามีความสุข กับการตื่นมาทำอะไรบางอย่างที่มีคุณค่ากับตัวเองและคนอื่น จากนั้น ถ้าเราเก่งพอ ช่องทางทำเงินจะตามมาเอง

ใจคนเราจะโฟกัสเป็นสมาธิได้อยู่กับงานที่ง่ายแล้วก็มีความน่าสนใจ ดังนั้น สัญญาณบอกว่าคุณเจองานอันเป็นที่รักแล้ว ก็คือสิ่งที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าเป็นงาน

แต่เป็นเรื่องเล่น ที่ดึงดูดใจให้คุณเกิดสมาธิได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา : ดังตฤณ