ข้อคิดสอนใจ สำหรับคนที่ยังยึดติดกับอดีต “ยาพิษอยู่ที่จิตใจ”

มีหญิงสาวคนหนึ่ง เธอมีอดีตที่แสนเลวร้าย เจ็บช้ำ และขื่นขม จึงอยากที่จะลบออกจากความทรงจำ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถลืมเลือนออกไปได้

จึงทำให้ชีวิตของเธอต้องระทมทุกข์เป็นอย่างมาก เพราะแม้ปัจจุบันเธอจะมีชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว แต่เหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาแล้วนั้น

เมื่อนึกถึงทีไร ก็ทำให้ต้องปวดร้าวใจเสียทุกที “อดีตที่ผ่านมาของเรานั้น เสมือนรอยด่างพร้อยในชีวิต หากสามารถลบอดีตที่แสนขื่นขมออกไปได้

เหมือนกับว่าไม่เคยมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเรามาก่อนเลยก็คงจะดี ชีวิตของเราคงจะมีความสุขเหมือนกับคนอื่นเขาเสียที”

หญิงสาวรำพึงกับตนเอง “หากโลกเรานี้มีน้ำวิเศษ ที่เมื่อดื่มแล้วสามารถลืมอดีตได้เหมือนดั่งในนิทานก็คงจะดี”

เพื่อนบ้านของหญิงสาวได้ยินเข้าพอดี จึงได้พูดกับหญิงสาวว่า “ได้ยินมาว่า มีนักพรตปริศนาผู้หนึ่ง ท่านสามารถช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากได้ทุกเรื่อง

บางทีท่านอาจจะมีน้ำลบอดีต เหมือนดังในนิทานก็เป็นได้ ลองเดินทางไปเพื่อให้ท่านนักพรตช่วยเหลือดูสิ” เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปยังเขาปัญญายุทธ

หญิงสาว : “ขอประทานโทษ ท่านนักพรตเฉินกุ้ยเซียง อยู่หรือไม่คะ”

นักพรต : “ข้าเอง มาหาข้ามีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรอย่างนั้นรือ” นักพรตเฉินกุ้ยเซียงถามด้วยความเมตตา

หญิงสาว : “คารวะท่านนักพรต ข้าน้อยมีเรื่องทุกข์ใจเป็นอย่างมาก จากอดีตอันแสนเลวร้ายที่ข้าได้พานพบมา

แม้จะพยายามลืมเลือนสักเพียงใด ก็ไม่อาจลืมได้”

นักพรต: “ถึงแม้จะเป็นอดีตที่เลวร้าย แต่เมื่อมันผ่านมาแล้ว เหตุใดมันจึงยังทำให้แม่นางทุกข์ใจได้อีก”

หญิงสาว : “เพราะอดีตในครั้งเก่านั้น เป็นเหมือนรอยด่างพร้อยที่คอยตอกย้ำ ให้นึกถึงแต่เหตุการณ์เก่า ๆ ตลอดเวลา

แม้ปัจจุบันจะมีชีวิตที่ดีเพียงใด แต่เมื่อนึกได้ว่าเคยมีอดีตที่เลวร้าย ก็ทำให้ข้าน้อยมิอาจมีความสุขกับปัจจุบันได้เลย” หญิงสาวคุกเข่าลง แล้วเอ่ยต่อไปว่า

หญิงสาว : “ข้าทุกข์เหลือเกิน ท่านนักพรตพอมีทางช่วยเหลือข้าได้หรือไม่” หญิงสาวเอ่ยด้วยสีหน้าทุกข์ระทม

นักพรต : “แม่นางโปรดยืนขึ้นก่อน แล้วเชิญตามข้ามา” เฉินกุ้ยเซียงให้หญิงสาวไปที่โต๊ะ

แล้วได้นำกาน้ำกับถ้วยใบหนึ่งออกมา ซึ่งในถ้วยใบนั้นมีน้ำอยู่ค่อนถ้วย

นักพรต : “แม่นางโปรดดื่มน้ำในถ้วยนี้เถิด”

หญิงสาว : “หรือนี่จะเป็นน้ำลืมอดีต”

นักพรต : “หากเจ้าจะเรียกเช่นนั้นก็ย่อมได้” หญิงสาวจึงหยิบถ้วยน้ำ มาดื่มด้วยความดีใจ แต่เมื่อน้ำในถ้วยนั้นได้สัมผัสกับปากของหญิงสาว

ก็ต้องรีบวางถ้วยใบนั้นลงทันที เพราะน้ำที่ดื่มนั้นมีรถเค็มเป็นอย่างมาก

หญิงสาว : “ท่านนักพรต ท่านเอาน้ำอะไรมาให้ดื่ม ทำไมจึงมีรสชาติเค็มปี๋เช่นนี้”

นักพรต : “ต้องขอโทษด้วย ถ้าอย่างนั้นข้าจะเติมน้ำเปล่าลงไปในถ้วยอีกสักหน่อยนะ เผื่อรสชาติจะดีขึ้น” นักพรตจึงรินน้ำเปล่าจากในกาเพิ่มอีก

นักพรต : “แม่นางลองดื่มดูอีกทีสิว่ารสชาติดีขึ้นรึยัง”

หญิงสาว : “ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ รสชาติพอกินได้แต่ยังมีรสเค็มอยู่บ้าง”

นักพรต : “ถ้าอย่างนั้น ข้าจะเติมน้ำเปล่าลงไปในถ้วยอีกสักหน่อยนะ” นักพรตรินน้ำเปล่าลงไปอีก

หญิงสาว : “น้ำในถ้วยนี้มีรสจืดจนแทบไม่หลงเหลือความเค็มอีกแล้ว ดื่มได้สบายเลย” ทันใดนั้นหญิงสาวก็เข้าใจในทันที

นักพรต : “อันว่าอดีตที่แสนเลวร้าย ก็เปรียบเหมือนดั่งเกลือในน้ำที่มีรสเค็ม ทำให้มิอาจดื่มกินได้ แต่หากเราหมั่นเติมสิ่งดี ๆ ลงไป

เหมือนเราเติมน้ำเปล่าเข้าไป ย่อมทำให้น้ำที่มีรสเค็มมากค่อย ๆ จางลง จนในที่สุดก็กลายเป็นน้ำที่เราสามารถดื่มกินอย่างมีความสุขได้

เพียงแม่นางหมั่นเติมสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิต ไม่เติมสิ่งร้าย ๆ เข้าไปอีก ก็จะทำให้อดีตที่แสนเลวร้าย ด้อยค่าด้อยราคาลงไปเอง

ถึงแม้ว่ามันจะยังอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถสร้างความทุกข์ใจให้กับเราได้ เพราะมันเจือจางลงแล้วนั่นเอง”

ที่มา : bangpunsara