4 เรื่องสั้นสอนใจ ให้ข้อคิดดี ๆ ในการใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน

เรื่องสั้นที่ใช้สอนใจและให้ข้อคิดดี ๆ เพราะเป็นเรื่องราวที่สนุกมีตัวละคร ทำให้จดจำได้ง่ายและมีตัวอย่างของความดีความชั่ว ความถูกและความผิด

และผลลัพธ์จากการกระทำที่ชัดเจนความถูกต้องเหมาะสม ความควรไม่ควร และให้แง่คิดมุมมองรวมทั้งจินตนาการที่ดีแก่ผู้อ่านอีกด้วย

1. ระหว่างความรู้กับความสามารถ

คุณยายคนหนึ่ง พลัดหลงเข้าไปในห้องสัมมนาของเหล่าดอกเตอร์ บนเวทีมีดอกเตอร์ท่านหนึ่งกำลังเอ่ยถามผู้ที่เข้ามาสัมมนาว่า “เม็ดฝนที่ตกมาจากฟ้าที่สูงและตกมาด้วยความเร็วสูง จะทำให้คนได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายถึงแก่ชีวิตหรือไม่”

เมื่อสิ้นเสียงคำถาม ภายในห้องประชุมก็อื้ออึง ต่างก็พากันวินิจฉัยหาคำตอบ บ้างก็หาค่าความเร็วของเม็ดฝน บ้างก็หามวลน้ำหนักของเม็ดฝน ฯลฯ ต่างคนต่างก็พากันคิด คุณยายมองดูอยู่สักพักก็คว้าไมโครโฟนที่โพเดียมออกมาพูดขึ้นว่า

“พวกคุณไม่เคยตากฝนเหรอ” สิ้นเสียงของคุณยาย ห้องทั้งห้องเงียบกริบ ทุกคนต่างพากันพยักหน้าบอกว่า “ใช่ ๆ พวกเราก็เคยโดนฝนนี่นา”

เรื่องนี้สะกิดว่า “ความรู้อาจสร้างวิธีคิดที่หลากหลาย แต่ประสบการณ์คือความสามารถทำให้คุณแก้ไขปัญหา ได้อย่างรวดเร็ว”

2. เกลือจิ้มเกลือ

ชายหนุ่มซื้อปลามาจากตลาด เขาบอกภรรยาว่า “ที่รัก ผมซื้อปลามา คุณช่วยทอดให้หน่อยนะ เดี๋ยวผมจะไปดูหนังสักเรื่องหนึ่ง แล้วจะกลับมากิน” เมื่อภรรยาได้ยินว่าสามีจะไปดูหนังก็เอ่ยขึ้นว่า “ฉันไปดูด้วย”

ชายหนุ่มได้ตอบกลับไปว่า “อย่าไปเลย คุณอยู่ทำกับข้าวที่นี่ ค่าตั๋วก็แพง ผมไปดูคนเดียวเดี๋ยวจะกลับมาเล่าให้ฟัง พร้อมทานปลาที่คุณทำนะ” เมื่อชายหนุ่มกลับมาจากดูหนังก็เดินเข้าไปที่ห้องครัว แล้วถามภรรยาว่า

“คุณ ปลาทอดอยู่ไหน?” ภรรยาสาวนั่งอ่านหนังสือด้วยอาการสงบ แล้วตอบว่า “ฉันกินหมดแล้ว มา ๆ มานั่งใกล้ฉันเลยคุณ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังว่าปลามันอร่อยยังไง”

เรื่องนี้สะกิดว่า “คุณปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร เขาก็อาจปฏิบัติต่อคุณอย่างนั้น”

3. สำคัญที่ข้างเคียง

ตอกเส้นหนึ่งตกอยู่บนถนนมันคือขยะ หากมันผูกอยู่กับผักกาดขาวก็มีค่าเท่ากับการร้อยผักกาดขาว หากมันผูกอยู่กับซุ้มดอกไม้ มันก็มีค่าเท่ากับของประดับ สำคัญคือเราอยู่กับใคร

เรื่องนี้สะกิดว่า “อยู่กับคนที่ไม่เหมือนกันย่อมเกิดคุณค่าที่แตกต่างกัน เวทีที่ยืนต่างกันค่าตัวก็ต่างกัน อยู่ใกล้ชิดกับคนที่ประสบความสำเร็จ แล้วชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไป”

4. ไม่เรียนได้ไหม

ตอนที่เอ็นทรานซ์ผมสอบไม่ติดมหาลัยใดเลย เพื่อนของแม่มาคุยให้แม่ฟังว่า ลูกชายของแกสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดัง แกภูมิใจลูกชายแกมาก ส่วนผมสอบไม่ติดจึงออกมาหางานทำ ผ่านไปไม่กี่ปี เพื่อนของแม่มาเล่าให้แม่ผมฟังว่าลูกชายของแกจบดอกเตอร์แล้ว

ตอนนี้ทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เงินเดือนสามหมื่นกว่าบาท “แล้วลูกชายของเธอล่ะ ตอนนี้ทำงานอะไร เรียนจบที่ไหน” “ตอนนี้ไอ้โน้ตมันเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถ เงินเดือนไม่มีเพราะเป็นเงินของมันทั้งหมด” แม่ของผมตอบออกไป

เรื่องนี้สะกิดว่า “คุณไม่ต้องจบมหาลัยก็ได้ ถ้าไม่งอมืองอเท้า”

ที่มา : 360scopenew